6 แบรนด์ รถยนต์ไฟฟ้า ราคาไม่ถึงล้าน 2022 ที่ขายในตลาดเมืองไทย

รถยนต์ไฟฟ้า

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า กระแสของ รถยนต์ไฟฟ้า กำลังเป็นที่สนใจไปทั่วโลก ในประเทศไทยเองก็เช่นกัน จะเห็นได้จากค่ายรถยนต์น้อยใหญ่ ต่างเริ่มทยอยเปิดตัวรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในอดีตจะเป็นรถใหม่ที่จับต้องได้ยาก เพราะมีราคาค่อนข้างสูง แต่วันนี้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถให้คุณเป็นเจ้าของได้ในราคาไม่ถึงล้าน ไปดูกันว่าจะมี รถยนต์ไฟฟ้า แบรนด์ไหนน่าสนใจบ้าง

 

รถยนต์ไฟฟ้า

 

รถยนต์ไฟฟ้า 2022 ราคาสุดปัง

  1. ORA Good Cat

เปิดประเดิมกันด้วย ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า จากค่าย GWM ด้วยรูปลักษณ์ที่สะดุดตา เปิดตัวมาพร้อมกับราคาค่าตัวเพียงแค่ 989,000 บาท 

ซึ่ง ORA Good Cat รุ่น 400 TECH เป็น รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นล่าสุด ส่วนรูปลักษณ์นั้นเหมือนกับอีก 2 รุ่นที่วางจำหน่ายพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น รูปทรงสไตล์เรโทร กระจังหน้า Active Air Intake ชุดไฟหน้าที่เป็นแบบ LED ทั้งระบบ มาพร้อมไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ ภายในห้องโดยสาร มีแผงคอนโซลหน้าหุ้มหนังสังเคราะห์ เบาะนั่งหุ้มผ้า ส่วนชุดอุปกรณ์อื่นๆ จะเหมือนกัน แต่แตกต่างกันตรงที่ ไม่มีหลังคาซันรูฟ และออปชันเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ในบางตัวเท่านั้น

ด้านขุมพลังของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ มีการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-50 กม./ชม. ได้ในเวลา 3.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 152 กม./ชม. พร้อมฟังก์ชันกู้คืนพลังงาน (Energy Recovery) กลับไปยังแบตเตอรี่ที่สามารถปรับได้ 3 ระดับ ในส่วนของแบตเตอรี่ลิเธียมเป็นแบบไอออนฟอสเฟต ขนาด 47.8 kWh ที่ให้ระยะทางสูงสุด 400 กม. ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง สามารถชาร์จด้วยไฟบ้านแบบ AC ใช้เวลาประมาณ 8 ชม. และชาร์จเร็วกระแสตรง DC 0-80% ใน 45 นาที และ 30-80% ใน 32 นาที เรียกได้ว่าเลิศสมราคาเลยทีเดียว

  1. Fomm ONE

                  Fomm ONE เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กแบบ 4 ที่นั่ง ที่ถูกเปิดตัวในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2018 ด้วยตัวรถขนาดกระทัดรัดมีความยาวเพียง 2,585 มม. ความกว้าง 1,295 มม. ความสูง 1,560 มม. และน้ำหนักตัวรถเพียง 450 กก. น่ารักแบบสุดๆ 

      รถยนต์ไฟฟ้า ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ถูกออกแบบให้ดูเพียวลู่ลมและรัศมีวงเลี้ยวที่แคบเพียง 1.8 เมตร ด้านชุดอุปกรณ์ จะมีชุดไฟหน้าทรงกลมที่เรียงยาว 3 ดวงในโคมเดียวกัน ภายในตัวรถเน้นความเรียบง่าย พวงมาลัยออกแบบให้เหมือนกับรถแข่งในสนาม ส่วนด้านพละกำลัง มีการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ In-wheel คือ ติดตั้งที่ล้อคู่หน้า ให้กำลังสูงสุดรวมกันอยู่ที่ 10 kW หรือประมาณ 13.5 แรงม้า มาพร้อมแรงบิดที่มากถึง 560 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุดได้ 80 กม./ชม. ด้านแบตเตอรี่เป็นแบบลิเธียมแมงกานี ขนาด 2.96 kWh ที่มี 4 แพค ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ระยะทางราว 160 กม. โดย Fomm ONE ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 499,900 บาทเท่านั้น

  1. NEW MG EP Plus

ส่วนคันต่อมาเป็น รถยนต์ไฟฟ้า ในสไตล์สเตชันแวกอนกับ NEW MG EP Plus จากค่าย MG เป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ารุ่นเดียวในขณะนี้ ที่มีวางจำหน่ายในเมืองไทย หลังจากที่ MG ZS EV ในเวอร์ชันล่าสุด ได้หมดสต๊อกไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าในรุ่นใหม่ของ MG ZS EV 2022 จะได้รับการเปิดตัวภายในเดือนมีนาคม 2565 

ซึ่ง NEW MG EP Plus เป็น รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นอัปเกรดเพิ่มเติมจากการเปิดตัวครั้งแรกในไทยเมื่อปลายปี 2020 โดยรุ่นนี้มาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่เป็นรถเหมาะสำหรับครอบครัว เพิ่มขึ้นด้วยการเสริมออปชัน ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่บรรจุสัมภาระสูงสุดถึง 1,456 ลิตร พร้อมติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม ทั้งชุดราวหลังคา (Roof Rail) รองรับน้ำหนักได้มากถึง 75 กก. ที่ทำให้สามารถขนสัมภาระและอุปกรณ์ต่างๆ ได้มากกว่าเดิม พร้อมเพิ่มชุดอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ด้วยการติดตั้งระบบกรองอากาศ PM 2.5 ที่สามารถดักจับและป้องกันฝุ่นละอองอนุภาคเล็กภายในห้องโดยสาร และแผ่นปิดห้องเครื่องด้านหน้า นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยทั้งในรูปแบบ Active และ Passive Safety

ด้านขุมพลังของรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง NEW MG EP Plus ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 260 นิวตัน-เมตร พร้อมแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออนความจุ 50.3 kWh สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางราว 380 กม. ต่อการชาร์จไฟเต็ม ตามมาตรฐาน NEDC  ซึ่ง NEW MG EP Plus ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 998,000 บาท

  1. Takano TTE 500

Takano TTE 500 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์สัญชาติไทย ที่ประกอบขึ้นด้วยฝีมือคนไทย มาในรูปแบบรถกระบะขนาดเล็ก ถูกเปิดตัวครั้งแรกที่ในงาน Motor Show 2020

จากรูปลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้า โดยรวมถ้ามองจากภาพนอก อาจดูเหมือนรถกระบะบรรทุกขนาดเล็ก ที่เน้นการขนส่งสินค้า นํ้าหนักเบา ตัวรถยาว 3,250 มม. กว้าง 1,480 มม. สูง 1,490 มม. มีระยะฐานล้อ 2,150 มม. และมีน้ำหนักตัวรถเพียง 589 กก. ส่วนด้านขุมพลัง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัวที่ล้อหน้า ให้กำลัง 5.5 kW หรือประมาณ 7.4 แรงม้า แรงบิด 110 นิวตันเมตร สามารถทำความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 60 กม./ชม. มาพร้อมกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 11 Kwh ที่ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งสามารถวิ่งได้ราว 100-120 กม. ซึ่งระยะเวลาในการชาร์จราวๆ 6-7 ชม. โดย Takano TTE 500 ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 490,000 บาท 

  1. Wuling MINI EV

Wuling MINI EV เป็นรถยนต์ไฟฟ้าคันจิ๋ว 4 ที่นั่ง ดีไซน์สุดน่ารัก นำเข้ามาจากประเทศจีน โดยรุ่นที่นำเข้ามาจำหน่ายที่ประเทศไทย จะเป็นแบบพวงมาลัยซ้าย ในราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 369,000 บาทเท่านั้น

ด้านตัว รถยนต์ไฟฟ้า ของ Wuling MINI EV มีความยาว 2,917 มม. กว้าง 1,493 มม. สูง 1,621 มม. และความกว้างฐานล้อ 1,940 มม. ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์มาตรฐาน ประกอบด้วย มาตรวัดแบบดิจิทัล ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ กระจกหน้าต่างปรับด้วยไฟฟ้า เบาะนั่งด้านหลังแบบปรับพับได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระขึ้นเป็น 741 ลิตร เป็นต้น

ส่วนด้านพละกำลังของ รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นนี้ มีการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุดอยู่ที่ 20 kW หรือราว 27 แรงม้า มาพร้อมกับแรงบิดสูงสุด 85 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-50 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 100 กม./ชม. แบตเตอรี่มีขนาด 13.9 kWh ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งให้ระยะทางการวิ่งราว 170 กม. 

  1. BYD T3

BYD เป็นอีกหนึ่งค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน ที่เข้ามาทำธุรกิจในเมืองไทย ซึ่งในช่วงปี 2019 ก็ได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าออกจำหน่ายในเมืองไทย โดยจะมีให้เลือกอยู่ 2 รุ่น 3 เกรด คือในรุ่น T3 จะเป็นแบบ 2 ที่นั่ง และ 5 ที่นั่ง และรุ่น BYD M3 ที่เป็นแบบ 7 ที่นั่ง 

BYD รุ่น M3 และ T3 เป็นรถ EV ในรูปแบบรถตู้ แต่มีความแตกต่างกันตรงที่ BYD M3 จะเป็นรถตู้แบบเอนกประสงค์ มีห้องโดยสารที่มีที่นั่ง 7 ที่นั่ง ส่วนรุ่น BYD T3 จะเป็น รถยนต์ไฟฟ้า ในสไตล์รถตู้ทึบแบบ 2 ที่นั่ง ที่เน้นใช้งาน เพื่อการพาณิชย์ โดยมีพื้นที่บรรทุกได้มากถึง 3,800 ลิตร  BYD T3 ถูกผลิตขึ้นบนพื้นฐาน Nissan B platform หรือ Nissan NV200 ในรุ่นปัจจุบัน ในด้านดีไซน์ ถูกออกแบบให้มีขนาดที่ไม่ใหญ่โต สามารถเข้าออกซอกซอยได้อย่างคล่องตัว 

ขุมพลังของ รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ มีการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า AC Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 70 kW หรือราว 94 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 180 นิวตันเมตร มาพร้อมแบตเตอรี่แบบ BYD NCM Battery มีความจุ 50.3 kWh ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งวิ่งได้ไกลถึง 300 กม. สามารถรองรับการชาร์จไฟได้ทั้ง 2 ระบบ แบบ DC ขนาด 40 kw จะใช้เวลาเพียง 1 ชม. ครึ่ง หากชาร์จไฟแบบ AC ขนาด 6.6 kW ใช้เวลา 8 ชม. โดย BYD T3 ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 999,000 บาทเท่านั้น

 

สรุป

           รถยนต์ไฟฟ้า ถือเป็นรถที่กำลังได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงแบบไม่มีทีท่าว่าจะลด ทำให้คนที่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ ต่างเริ่มมองหาทางเลือกอื่นๆ ที่ช่วยเซฟเงินได้กระเป๋า นั่นคือ รถยนต์ไฟฟ้า เพราะเป็นรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ซึ่งนอกจากจะประหยัดเงินในกระเป๋าได้หลายบาทแล้ว ยังสามารถช่วยลดมลพิษอีกด้วย ซึ่งในปี 2022 ก็มีรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจจากหลายค่ายตามที่เราแนะนำไป หากใครที่กำลังจะเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่ในราคาไม่ถึงล้าน บอกเลยว่าห้ามพลาด!